in

ขับพิษออกจากร่างกาย

ขับพิษออกจากร่างกาย

ขับสารพิษออกจากร่างกายด้วยการขับเหงื่อ

ร่างกายของเราในช่วงเวลาปกติมีสารพิษสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก สารพิษที่มีอยู่ในร่างกายเกิดได้หลายทาง เช่น
จากอาหารที่กินเข้าไป อากาศที่หายใจ น้ำที่ดื่ม สิ่งแวดล้อม หรือเกิดจากกลไกของร่างกายเอง ได้ยินมาว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรก็ตกตะลึง เมื่อพิษนั้นเต็ม แต่โชคดีที่ธรรมชาติได้สร้างระบบล้างพิษให้กับร่างกาย เช่น การทำลายสารพิษออกจากตับ การขับถ่ายทางอุจจาระ ขับปัสสาวะ เหงื่อออก การหายใจ เป็นต้น

การล้างพิษด้วยเทคนิคการขับเหงื่อ
ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีเนื้อหาที่น่าสนใจ เหงื่อออกเป็นการดีท็อกซ์ที่เข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง
ทำให้พลังงานของเลือดในเส้นเมอริเดียนไหลเวียนได้อย่างราบรื่นเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนังทำให้สารพิษออกจากร่างกายถูกขับออกมามากขึ้นทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เป็นการป้องกันโรคและการกำจัดปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรค โดยเฉพาะความหนาวเย็น ลม และความชื้นที่ได้รับผลกระทบจากภายนอก

ประโยชน์ของการล้างพิษเหงื่อ

1. ช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกาย เวลาอาบน้ำถูขี้ขี้ไคลจะพบว่าคราบขี้ไคล เกิดจากเหงื่อและเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออก หรือกลิ่นตัวหมักที่เกิดจากแบคทีเรียมารวมปฏิกิริยา
ผู้ที่เป็นโรคไตที่มีการขับถ่ายของไตลดลง ต้องหันเหความสนใจหรือใช้เหงื่อออกช่วยอีกทางหนึ่ง

2. ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรค serotonin ที่ระดับพื้นผิว ยาจีนโบราณใช้เหงื่อออกเป็นวิธีทำลายการโจมตี และชี่ของเสียตกค้างจากภายนอกที่ทำให้กลัวหวัด มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย อันเนื่องมาจากลมหนาว ร้อน หรือชื้น เช่นเดียวกับยาแผนปัจจุบันที่รับประทานยาพาราเซตามอลหรือแอสไพรินทำให้เหงื่อออก ลดไข้ เปิดรูขุมขน ทำให้ร้อน ออกจากร่างกายในความหมายของยาจีนโบราณ การขับเหงื่อยังหมายถึงการแทง ไข้ในผู้ป่วยหวัด ลมพิษ ลมพิษและความชื้นจากอาการปวดข้อ ข้ออักเสบ

3. การขับเหงื่อออกอย่างเหมาะสมช่วยป้องกันโรคและเพิ่มอายุขัย เพราะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยขจัดของเสียตกค้างในร่างกายให้มากขึ้น ทำให้การทำงานของอวัยวะภายในดีขึ้น ของเสียตกค้างในร่างกายน้อยลง ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ

เทคนิคการขับเหงื่อเพื่อสุขภาพ

1. กินอาหารให้เหงื่อออก อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ดื่มน้ำอุ่น 1-2 แก้ว ถั่วแดงต้มกับข้าวต้ม โจ๊กหมู โจ๊กไก่ร้อน เติมขิง หัวหอม พริก อีกทั้งยังเป็นการบำรุงกระเพาะ-อาหาร และม้ามบวกกับพิษด้วย วิธีนี้ค่อนข้างปลอดภัย เพราะไม่ทำให้เหงื่อออกแรง แถมยังหล่อเลี้ยงไปด้วย

2. อาบน้ำอุ่น อบไอน้ำ อาบน้ำแร่อุ่นหรืออาบน้ำอุ่นทำให้รูขุมขนเปิดเหงื่อออกง่าย
สามารถล้างพิษได้โดยเฉพาะในคนที่เริ่มเป็นหวัด ปวดเอว ปวดข้อจากลมและความชื้น คือการทำความสะอาดผิว ลดปริมาณเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย ข้อควรระวังในคนปกติไม่ควรอาบน้ำหรือใช้น้ำร้อนบ่อยๆ เพราะจะทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงผิวได้มาก เลือดภายในร่างกายน้อยลง อวัยวะภายในขาดเลือด ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ในขณะเดียวกันผิวจะแห้งได้ง่าย

3. คลุมด้วยผ้าหนาให้เหงื่อออก บางครั้งเราก็กินยาแก้ปวดลดไข้ เมื่อลมหนาวพัดมาหรือเป็นหวัดจากความหนาวเย็น หรือดื่มน้ำขิงต้มกับน้ำตาลทรายแดง แล้วไปนอนเสียเหงื่อ จะรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นและหายจากหวัดเร็วขึ้นในคนปกติที่ต้องการเหงื่อออกมากขึ้น อาจจะเป็นเทคนิคการดื่มน้ำอุ่นและปกปิดและสวมเสื้อหนาเพื่อให้เหงื่อออกซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ประหยัด และปลอดภัย .

4.ออกกำลังกายให้เหงื่อออก เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง เดิน กระโดดเชือก ขึ้นเขา ฝึกหายใจ โดยสวมเสื้อผ้าที่ค่อนข้างหนา ก่อนออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำอุ่น 1-2 แก้ว เมื่อกล้ามเนื้อเคลื่อนไหว มันจะเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น เหงื่อก็จะเย็นลง เหมาะสำหรับไข้หวัดใหญ่เกรดต่ำและคร่ำครวญ (ไม่ใช่ไข้หวัด เจ็บคอ คอสเตรป ไข้สูง) จะเห็นว่าคนในชนบทหรือคนโบราณเริ่มมีอาการหวัดครั้งแรกจะขุดดินให้เหงื่ออาการจะดีขึ้น เป็น หลักการเดียวกัน โรคร้ายแรง ไข้สูง อักเสบมาก อย่าใช้วิธีนี้เพราะอาการจะรุนแรงขึ้น (โรคมักอยู่ลึกกว่าระดับผิวกาย ตัวแห้งอยู่แล้ว ยิ่งเหงื่อออกมาก ร่างกายยิ่งแห้ง โรครุนแรง)

สรุป

เหงื่อออกเป็นวิธีหนึ่งในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากสารพิษจากของเสียที่เป็นผลจากการทำงานของร่างกายแล้ว อีกทั้งยังเป็นการดีท็อกซ์ในระดับผิวอีกด้วย จากการเริ่มต้นของปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคภายนอก นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ และเพิ่มการไหลเวียนของเลือดสู่ผิวกาย ทำให้สุขภาพดีและชะลอความชรา แต่คนที่มีเหงื่อออกผิดปกติ หรือใช้วิธีการขับเหงื่อออกมากเกินไปจะถูกลงโทษสำหรับร่างกาย คนที่เหงื่อออกผิดปกติ อาจเกิดจากร่างกายร้อนมากเกินไป หรือร่างกายเสียหยิน-หยาง สมดุล สูญเสียการได้ยินทำให้เกิดความร้อนภายใน เหงื่อออกง่าย หรือคนที่ร่างกายขาดพลังในการปกป้องผิวหนัง ก็ทำให้เหงื่อออกได้ง่ายเช่นกัน

คนเหล่านี้ต้องได้รับคำปรึกษาและคำแนะนำจากแพทย์แผนจีน อย่ามองด้านเดียวว่าเหงื่อออกคือการขับของเสีย ถ้าเหงื่อออกมาก ของเสียก็ขับมาก สุขภาพดีเพราะอีกด้านของเหงื่อออกมากคือการสูญเสียน้ำและพลังงาน จึงต้องเสนอวิธีการขับเหงื่อที่ไม่รุนแรง ผู้ใช้วิธีการทำให้เหงื่อออกต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมสำหรับตนเอง ดังนั้น การขับสารพิษด้วยการขับเหงื่อจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง

ตัวอย่างหนังสือสูตรอาหารง่ายๆ หรืออาหารที่ทำให้เหงื่อออก
1. ขิงสด น้ำตาลทรายแดง ขิงสด 1 ราก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นเส้นบางๆ ต้มน้ำให้เดือด ใส่น้ำตาลทรายแดง เหมาะสำหรับปรุงรส ดื่มในขณะที่ยังอุ่นอยู่สัปดาห์ละครั้ง ดื่มเสร็จแล้วนอนห่มผ้าให้เหงื่อออก

สรรพคุณ : บำรุงท้อง ขับเหงื่อ ล้างพิษ แก้หวัดจากลมหนาวในช่วงต้น

2. หัวหอม พริก

ทำซุปหัวหอม. คุณอาจมีไก่ ใช้หัวหอม 5 หัว หั่นบาง ๆ ทำซุป. เพิ่มพริกไทย ปรุงรสตามชอบ ดื่มขณะอุ่น สัปดาห์ละครั้ง. ดื่มเสร็จแล้วคลุมด้วยผ้าหนาๆ เหงื่อ

สรรพคุณ : ขับเหงื่อ ล้างพิษ อุ่นท้อง

3. ถั่วเขียว ใบชา น้ำตาลทรายแดง (ร้อนเย็น) ใช้ถั่วเขียว 30 กรัม ทุบให้ละเอียด ใบชา 9 กรัม น้ำ 500 มล. ต้ม 15 นาที แล้วทิ้งน้ำเสีย ใส่น้ำตาลทรายแดง 30 กรัม คนให้เข้ากัน รับประทานวันละ 1 ชุด แล้วคลุมด้วยผ้าหนาให้เหงื่อออก

สรรพคุณ : ขับความร้อน ขับพิษ ขับเหงื่อ เหมาะสำหรับไข้หวัดที่เกิดจากลมร้อน มีไข้ในระยะเริ่มแรก

4. หัวหอมต้มในน้ำเดือด (เด็กมีอาการคัดจมูก) ล้างหัวหอมหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ชงในน้ำเดือดในขณะที่ยังอุ่นอยู่พอสมควร กลิ่นของหัวหอมระเหยไปวางไว้ใกล้จมูกของทารกเพื่อให้หายใจเข้าลึกๆ

สรรพคุณ : ช่วยล้างพิษ กระจายความร้อน เหงื่อ แก้หวัด บรรเทาอาการคัดจมูกในเด็กเล็ก ผลการรักษาได้ผลดีมาก

5. ขิงสด (ปวดหัวจากลมหนาว) ขิงสด 50 กรัม ล้างให้สะอาด หั่นเป็นเส้นบางๆ ต้มในภาชนะหรือหม้อบนไฟแรง (น้ำ 1 ลิตร) แล้วผสมกับน้ำเย็นสำหรับอาบน้ำ ให้อาบน้ำจากศีรษะลง

สรรพคุณ : ขับหวัด แก้ปวดศีรษะ ปวดคอ กลัวลม กลัวหวัด ลมจะมีอาการมากขึ้น

.
ที่มาข้อมูล