in

กินอาหารอย่างไร เมื่อเป็น “เบาหวาน”

กินอาหารอย่างไร เมื่อเป็น “เบาหวาน”

กินอย่างไรเมื่อเป็นเบาหวาน

เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลให้เป็นปกติ การรับประทานอาหารของผู้ป่วยเบาหวานจึงมีความสำคัญ และอาจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ สนุกเฮลท์มีข้อมูลดีๆจากผศ. ผศ.ดร.ณัฐพล นกเก้ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รู้จักดัชนีน้ำตาล (GI) สำหรับการเลือกอาหาร สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

Glycemic Index (GI) หรือ Glycemic Index เป็นความเร็วของการดูดซึมน้ำตาลและแป้งเข้าสู่กระแสเลือดหลังจากรับประทานคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งและน้ำตาล การรับประทานอาหารที่มีค่า GI สูงอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นค่า GI ที่อ่านได้จะมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน

ค่า GI แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • สูง (70-100)
  • กลาง (56-69)
  • ต่ำ (0-55)

ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรรับประทานอาหารที่มีค่า GI ต่ำ เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆและไม่เป็นอันตราย ในขณะที่รับประทานอาหารที่มีค่า GI สูงจะทำให้น้ำตาลพุ่งสูงขึ้นหลังรับประทานอาหารจนเป็นอันตรายได้

อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน

อาหารที่มีค่า GI ต่ำเป็นส่วนใหญ่อาหารเส้นใยสูง ไฟเบอร์ชะลอการดูดซึมน้ำตาลในเลือดและช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น นอกจากจะมีประโยชน์สำหรับคนเป็นเบาหวานแล้ว ไม่ทำให้คุณอ้วนอีกด้วย

อาหารที่มีค่า GI ต่ำ ได้แก่

  • ผักผลไม้
  • ธัญพืช
  • ข้าวกล้อง
  • ข้าวไรซ์เบอร์รี่
  • พืชตระกูลถั่ว
  • กล้วย
  • องุ่น
  • ลูกแพร์
  • เชอร์รี่
  • ลูกพีช
  • กีวี่
  • แอปเปิ้ล
  • สตรอเบอร์รี่
  • ส้ม
  • รถเข็น
  • ชาวต่างชาติ
  • ชมพู่
  • แก้วมังกร
  • แครอท
  • มะเขือเทศ
  • ข้าวโพดหวาน
  • บร็อคโคลี
  • กะหล่ำ

ฯลฯ

และยังรวมถึงผลไม้รสเปรี้ยวทุกชนิด

อาหารที่มีโปรตีนสูง อีกทั้งยังเป็นอาหารที่มีค่า GI ต่ำอีกด้วย

  • นม
  • โยเกิร์ต
  • นมถั่วเหลือง
  • นมอัลมอนด์
  • โปรตีนจากถั่ว
  • ปลาและเนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อยมาก

อย่างไรก็ตาม อาหารแต่ละมื้อ น้ำตาลในเลือดของคุณจะสูงขึ้นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับอาหารประเภทอื่น ที่เคยทานคู่กันมาแล้ว เช่น หากเป็นมื้อใดที่ต้องการอาหารที่มีค่า GI สูงก็ควรรับประทานใยอาหารควบคู่ไปด้วย จะสามารถรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ในระดับหนึ่ง

.
ที่มาข้อมูล