in

กาลพฤกษ์ : ดอกไม้แห่งกาลเวลาของชาวไทย

กาลพฤกษ์ : ดอกไม้แห่งกาลเวลาของชาวไทย

กาลเวลาพิสูจน์คน
นิพจน์นี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่คุ้นเคยมากที่สุด แสดงว่าเรื่องของคนเราต้องใช้เวลาเท่านั้น แล้วจะพิสูจน์ได้อย่างไร?

เวลามีความสำคัญยิ่งในทุกชีวิต ยิ่งคุณอายุยืนยาว ยิ่งเห็นคุณค่าของเวลามากขึ้น คงเป็นเพราะรู้สึกว่ามีเวลาเหลือน้อยลงทุกที

ย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ผู้เขียนเป็นนักศึกษาปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น (1965) ทั้งมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาไม่ถึง 300 คน และต้องปล่อยให้นักศึกษาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทย์ (ปัจจุบันคือ “มหาวิทยาลัยมหิดล”) ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากที่ตั้งของมหาวิทยาลัยขอนแก่นยังไม่แล้วเสร็จ ต้องรอถึงปีหน้า (พ.ศ. 2509) จึงได้ย้ายไปขอนแก่นอย่างถาวรจนถึงปัจจุบัน

ความทรงจำที่สดใสอย่างหนึ่งคือ สภาพแล้งของที่ตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่น และดินทรายแดง จึงได้ชื่อว่า “หมอดินแดง” ดังนั้นงานสำคัญประการหนึ่งที่นักศึกษาทุกคนมีส่วนร่วมคือปลูกต้นไม้ตามอาคารต่างๆ และข้างถนนภายในมหาวิทยาลัย ต้นไม้ที่ปลูกเป็นต้นไม้ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและดินของที่นั่น รวมถึงต้นไม้ที่เห็นเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวคือ ต้นกัลพฤกษ์

กัลพฤกษ์ : พืชท้องถิ่นที่สวยงามระดับสากล
กัลพฤกษ์มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia bakeriana craib ในวงศ์ LEGUMINOSAE – CAESALPINIOIDEAE เหมือนกับขี้เหล็ก จึงมีคุณลักษณะบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน เช่น ลักษณะของใบ
กัลพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 5-12 เมตร มีพุ่มกว้าง แต่ไม่หนาแน่น ใบเป็นใบผสมมีแผ่นพับ 5-15 คู่ ใบย่อยเป็นรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก มีขนนุ่มปกคลุมทั่วใบหน้า-หลัง ใบไม้เปลี่ยนสี ประมาณเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม

ออกดอกหลังการร่วงใบใหม่ ประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ดอกออกตามกิ่งเป็นช่อใหญ่ ต้นไม้เต็มต้นดูสวยงามมาก ดอกมีกลิ่นหอม ดอกเล็กมี 5 กลีบ สีชมพูเมื่อเริ่มบาน แล้วเริ่มจางลงจนเกือบขาวเมื่อใกล้จะร่วงโรย เกสรตัวผู้สีเหลืองตรงกลางดอก ดอกกว้าง 2-5 ซม.
ฝักสีน้ำตาลเข้มมีขนดก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2 ซม. ความยาว 25-40 ซม. เนื้อในฝักมีสีขาวอมเขียว
เปลือกลำต้นเรียบ เทาเข้ม ไม้น้ำตาลเหลือง

กัลพฤกษ์มีถิ่นกำเนิดในประเทศพม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม สำหรับประเทศไทยพบได้ในป่าแดง ป่าโคก และป่าเบญจพรรณ ทุกภาค ยกเว้นภาคใต้
ความเชื่ออย่างหนึ่งของคนไทยเกี่ยวกับชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งคือ ชื่อต้นไม้ กำหนดคุณสมบัติของต้นไม้ต้นนั้น สำหรับคณาพฤกษ์ มีชื่อที่ชาวไทยภาคเหนือเรียกว่ากัลปพฤกษ์ซึ่งมีประวัติอันยาวนานที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา

ในคัมภีร์ (ตรีภูมิพระร่วง) กล่าวถึงต้นกัลปพฤกษ์ที่เป็นต้นไม้ประกอบเป็นต้นไม้สวรรค์สำหรับโลกมนุษย์ ต้นกัลปพฤกษ์จะบังเกิดเมื่อพระศรีอริยเมตไตรยมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป ต้นกัลปพฤกษ์เติบโตที่ประตูเมืองทั้งสี่ด้าน ใครอยากได้อะไรก็ขอพรจากต้นกัลปพฤกษ์ดังกล่าวได้
“และในแผ่นดินอุตตคุรุ ทวีปนั้น มีต้นกัลปพฤกษ์ สูง 100 โยชน์ กว้าง 100 โยชน์ บริเวณโดยรอบมี 300 โยชน์ และต้นกัลปพฤกษ์ ผู้ใดปรารถนาจะมั่งมี เจริญในสิ่งนั้น ต้นไม้ทุกประการ…”

ในคัมภีร์โลกกล่าวว่าท้าวจตุมราชหรือจตุโลกบาล สี่กษัตริย์ คือ ท้าวทอดตะ จอมพุด ครองทิศตะวันออก ท้าววิรุฬห์รัก จอมเทวี เฝ้าทิศใต้ ท้าววิรุภักดิ์ จอมนาค เฝ้าทิศตะวันตก และท้าวกุเวเร ยักษ์เฝ้าทิศเหนือ ถือกำเนิดมาจากกัลปพฤกษ์ทุกแห่ง

สำหรับคนไทยในสมัยก่อนนั้น ต้นกัลปพฤกษ์เปรียบได้กับแก้วแห่งความคิดทั้งหลาย จึงเป็นเหตุให้เกิดความทะเยอทะยานอันกว้างขวางในสมัยพระศรีอารีย์ จนกระทั่งมีผู้นำที่นำอุดมการณ์ทางการเมืองมาเชื่อมโยงกับความเชื่อเกี่ยวกับยุคศรีอารีย์เช่นกรณี “กบฏผีบุญ” ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กว่าร้อยปีมาแล้ว เป็นต้น

ชาวไทยภาคเหนือเรียกต้นนี้ว่ากัลปพฤกษ์ น่าจะมีสาเหตุหรือความหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณค่าของต้นไม้นี้อย่างแน่นอน น่าเสียดายที่เหตุผลนี้ไม่สามารถสืบหาได้อย่างแน่นอนในปัจจุบัน

ชื่อกันพฤกษ์ที่คนไทยรู้จักกันดีคือ คณาพฤกษ์ (ภาคกลาง), กัลปพฤกษ์ (ภาคเหนือ), ปากชม (ปราจีนบุรี), แก่นร้าง (จันทบุรี), กานต์ (สุรินทร์) ในภาษาอังกฤษเรียกว่า ขี้เหล็กสีชมพู หรือ ต้นไม้อาบน้ำสีชมพูขาว .

ประโยชน์ของคณาพฤกษ์
ในทางยาสมุนไพร ยาแผนไทยกำหนดคุณสมบัติของกัลพฤกษ์ดังนี้
เนื้อในฝัก: ระบายอ่อนๆ แก้เสมหะ เสมหะ ฯลฯ
เปลือกเมล็ด: ทำให้อาเจียน ถ่ายดี มีไข้ เป็นต้น
สำหรับเนื้อฝักนั้นมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ เหมาะสำหรับใช้ในเด็กเพราะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเช่นยาระบายที่แรงกว่า
สมัยก่อนคนไทยถือว่ากิ่งจากต้นกัลพฤกษ์เป็นไม้มงคล เหมาะสำหรับทำธง ถือว่าทำให้เกิดโชคลาภ
ต้นกัลพฤกษ์ทนต่อดินร่วนปนแล้งได้ดี เต็มไปด้วยดอกไม้ สีชมพูอ่อนสดใสสวยงามมาก เปรียบได้กับดอกซากุระ ตามที่อธิบายไว้ในเพลง เพลงโปรดของผู้เขียนและคนไทยหลายคนคือเพลง “Herry Pink และ Apple Blossom White”
ดอกคณาพฤกษ์มีทั้งสีชมพูและสีขาว ดังนั้นความงามของทั้งดอกเชอร์รี่และดอกแอปเปิลในเพลงนี้จึงถูกบันทึกอยู่ในต้นไม้ต้นเดียวกัน
ผ่านไป 39 ปี ต้นกันพฤกษ์ที่ผู้เขียนปลูกไว้บริเวณมหาวิทยาลัยขอนแก่น สูญหาย ด้วยเหตุผลต่างๆ (การขยายถนน การก่อสร้างอาคารเพิ่มเติม ฯลฯ) แต่ความทรงจำจะไม่มีวันลืม

ผู้เขียนจะพยายามหาโรงงานกันพฤกษ์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่ทำงานปัจจุบันของมูลนิธิข้าวขวัญจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อชื่นชมความงามของดอกไม้และมองย้อนกลับไปในอดีตรวมถึงการตั้งความหวังให้สังคมพระศรีอารีย์ในอนาคตร่วมกับคนไทยจำนวนมากในปัจจุบันที่จะ น่าจะเริ่มปลูกกันพฤกษ์

.
ที่มาข้อมูล