in

การแพทย์แผนจีนในศตวรรษที่ ๒๑

การแพทย์แผนจีนในศตวรรษที่ ๒๑

ในฉบับนี้ข้าพเจ้าขออนุญาตถอดความและเรียบเรียงคำปราศรัยของ ฯพณฯ Sejing รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งนำเสนอในโอกาสสัมมนาวิชาการ การแพทย์แผนจีนแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 18-19 ธันวาคม 2545 เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คน ผู้ที่ติดตามกระแสการแพทย์แผนจีนในไทยและต่างประเทศ หากมีข้อบกพร่องประการใด ท่านที่มีบทความเป็นภาษาจีนโปรดแนะนำและกรอกให้ครบถ้วน

การแพทย์แผนจีนถือได้ว่าเป็นศาสตร์แห่งการแพทย์แผนจีน เป็นภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่สืบทอดมาช้านานโดยคนจีน ดังนั้นจึงมีคุณูปการต่อคนจีนและคนทั่วโลก รัฐบาลจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการแพทย์แผนจีนควบคู่ไปกับการแพทย์แผนปัจจุบันศึกษาซึ่งกันและกัน เลือกข้อดีของแผนหนึ่งเพื่อเสริมจุดอ่อนของอีกแผนหนึ่ง โดยใช้องค์กรระบบสุขภาพของรัฐบาล บรรลุภารกิจส่งเสริมสาธารณสุข

1. จุดเด่นและข้อดีของการแพทย์แผนจีน
1.1 องค์ความรู้การเคลื่อนไหวชีวิตและความสัมพันธ์แบบองค์รวม
แนวคิดแบบองค์รวมสะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีของร่างกายและสิ่งแวดล้อม ปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนเป็นผลมาจากปัจจัยต่างๆ จากภายในร่างกายและภายนอกร่างกาย (สิ่งแวดล้อม) ที่ไม่สมดุลในระดับต่างๆ อันเป็นผลมาจากโรค

คนรู้จัก “โรค” ซึ่งในยุคปัจจุบันมักเกี่ยวข้องกับพยาธิวิทยา ตำแหน่ง และการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะก็ต้องรู้ด้วย “อดทน” (สภาพคนไข้) การเห็นปัจจัยก่อโรคกับสภาพร่างกายควบคู่ไปด้วย (เพราะโรคหรือโรคจะหายไปหรือจะลุกลามมากขึ้นต้องขึ้นอยู่กับสภาพของปัจจัยก่อโรคและสภาพร่างกาย เปรียบเทียบหลักการรักษาของจีน ยาคือการกำจัด xia qi (เชื้อโรค) และสนับสนุน Zheng qi (พลังภูมิคุ้มกันของร่างกาย) โดยเน้นที่การปรับกลไกที่สำคัญของร่างกายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการรักษาโรค

1.2 ความสัมพันธ์ของการค้นพบภายนอกของผู้ป่วยกับการวิเคราะห์สภาพภายในของร่างกาย (นำไปสู่การวินิจฉัยและการรักษาโรค)

เชื่อว่า “สวรรค์และมนุษย์ (ธรรมชาติ) เป็นหนึ่งเดียว”

มนุษย์ “ความสามัคคีของร่างกายและจิตใจ”
– พึ่ง “ดู ดม ฟัง ถาม ตรวจชีพจร” ตรวจสอบรูปลักษณ์ภายนอกเพื่อหาข้อสรุป ให้เห็นลักษณะที่แท้จริงของโรค
– การวินิจฉัยและการรักษาต้องเข้าใจสภาพของบุคคล เวลา (ภูมิอากาศ) สถานที่ (ภูมิศาสตร์) ด้วย
(บุคคลก็มีสภาพร่างกายภายนอก (แขน ขา ลำตัว อวัยวะสัมผัส) และสภาพภายในที่เกี่ยวข้องกับจ้วงฟู่ สิ่งแวดล้อม ฤดูกาล เวลา ภูมิประเทศก็ภายนอก ส่งผลต่อร่างกายโดยรวมด้วย)

1.3 การแพทย์แผนจีนโดยใช้เครื่องมือหลายอย่างและการปรับเปลี่ยนหลายอย่างเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและพยาธิสภาพของผู้ป่วย กล่าวโดยย่อ คือ สูตรยา โดยมีสูตรที่ประกอบด้วยส่วนประกอบยาหลายชนิด ชนิดที่สามารถใช้ได้ตามสาเหตุและสภาพของผู้ป่วยในแต่ละระยะของโรคได้อย่างคล่องตัว คล่องตัว และมีเป้าหมายในแต่ละระยะที่ชัดเจนในการทรงตัว จึงเหมาะสำหรับสภาวะโรคที่ซับซ้อนที่ไม่ใช้ยาเช่น การฝังเข็มและทุยหน่า (นวดแผนจีน) เป็นหลักโดยใช้หลักการกระตุ้นจากภายนอก ร่างกายเพื่อให้เกิดความสมดุลของร่างกายซึ่งมีการรักษาที่หลากหลาย
ปัจจุบันมีการใช้การฝังเข็มทั่วโลกในกว่า 100 ประเทศ ในซีกโลกตะวันตก การฝังเข็มและทุยนาถูกนำมาใช้เพื่อเสริมการรักษาการแพทย์แผนปัจจุบัน

1.4 คัมภีร์ ตำรา วิทยาศาสตร์จีนโบราณ เป็นมรดกของข้อมูลที่มีคุณค่าของมนุษยชาติ คัมภีร์ปัจจุบัน ตำราวิทยาศาสตร์การแพทย์ตก มีของทอดมากกว่า 8,000 ชิ้น เป็นบันทึกเกี่ยวกับทฤษฎีและประสบการณ์ทางคลินิกนับพันปี ข้อมูลทางคลินิกจำนวนมากมีความหมายต่อการศึกษาวิจัยสมัยใหม่เพื่อยกระดับการศึกษาทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี

1.5 การแพทย์แผนจีนมีเนื้อหาที่ผสมผสานวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเข้ากับสังคมศาสตร์ ตามกระแสของศาสตร์สมัยใหม่
แม้ว่าการแพทย์แผนจีนจะเป็นศาสตร์ทางธรรมชาติ แต่แนวคิดเชิงทฤษฎีหลักและการวิเคราะห์ทางคลินิกมักมีความเกี่ยวข้องกัน ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม สังคม มานุษยวิทยา (เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตทางสังคม เข้าใจกฎแห่งชีวิต) ทำให้เกิดแนวคิดในการเข้าใจตนเองและสามารถพึ่งตนเองในการดูแลสุขภาพได้

2. การแพทย์แผนจีนเป็นส่วนสำคัญของระบบประกันสุขภาพของสาธารณสุขจีนควบคู่ไปกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ร่วมกันส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน

2.1 การนำการแพทย์แผนจีนของโรงพยาบาลการแพทย์แผนจีนมาใช้ในระบบประกันสุขภาพของประชาชนในเมือง
ประเทศปัจจุบัน ประเทศจีนมีโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนมากกว่า 2,600 แห่ง และมีเตียง 250,000 เตียง โรงพยาบาลแพทย์แผนปัจจุบันมากกว่าร้อยละ 90 มีแผนกการแพทย์แผนจีน การฝังเข็ม ทุยนา ฯลฯ สำหรับการดูแลผู้ป่วยแบบบูรณาการ จากสถิติพบว่า ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 70 ยอมรับการรักษาแบบจีนโบราณและสมัยใหม่ร่วมกัน
ปฏิรูประบบสุขภาพ ครั้งที่แล้ว ยาจีนเข้าระบบประกันสุขภาพแล้ว

2.2 การแพทย์แผนจีนในชนบทมีบทบาทสำคัญในด้านสุขภาพ
เพราะการแพทย์แผนจีนมีขอบเขตการรักษาที่กว้างขวาง ค่าบำรุงรักษาต่ำ กระจายง่าย บริการ เหมาะสำหรับประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทของประเทศ
การจัดตั้งเครือข่ายระบบสุขภาพในระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ มีผลดีต่องานบริการสุขภาพ การส่งเสริม ป้องกัน และรักษา ปัจจุบันจีนมีแพทย์ชนบทในระดับหมู่บ้าน ชุมชนสุขภาพตำบลกว่า 1.33 ล้านคน หมอเหล่านี้มากกว่าร้อยละ 50 ใช้ความรู้ด้านการแพทย์แผนจีนและการแพทย์แผนโบราณ ควบคู่กันไป บางสถานที่ก็ใช้ยาแผนโบราณเช่น ทิเบต มองโกเลีย ยาว้า และยาแผนไทย

3. ระบบการผลิตยาจีนสมัยใหม่
อบรมแพทย์แผนจีนสมัยใหม่ เชียงใหม่ ได้เปลี่ยนจากการสอนเป็นสอนนักเรียนให้สอนในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย การฝึกอบรมมีหลายระดับ ครอบคลุม ได้มาตรฐาน ทำให้สามารถผลิตบุคลากรทางการแพทย์ของจีนได้ในวงกว้าง ทั่วประเทศจีนมีสถาบันสอนการแพทย์ของจีน 27 แห่ง รับนักศึกษาประมาณ 30,000 คนต่อปี

4. ยกระดับมาตรฐานการแพทย์แผนจีนอย่างต่อเนื่อง มีผลงานวิชาการและความรู้ทางวิทยาศาสตร์มากมาย
ด้วยความพยายามของเจ้าหน้าที่วิจัยการแพทย์แผนจีนและนักวิทยาศาสตร์ในสาขาอื่นๆ ทำให้การวิจัยทฤษฎีพื้นฐาน การวิจัยทางคลินิกและการวิจัยยาสมุนไพรจีน การวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎีเส้นเมอริเดียนในการฝังเข็ม การวิจัยตำรายาสมุนไพรจีนและการศึกษาวิจัยทางคลินิกในสาขาต่างๆ ของการแพทย์แผนจีน เช่น กระดูก โรคทางทวารหนัก โรคผิวหนัง สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา ฯลฯ การแพทย์แผนจีนสามารถรักษาโรคไม่ติดเชื้อเรื้อรังได้ โรคที่รักษายาก และโรคทั่วไปมากมายทำให้ยาจีนเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ

5. การแพทย์แผนจีนมีข้อดีในการดูแลสุขภาพ ส่งเสริมสุขภาพที่ชัดเจน
ความคิดที่จะมีสุขภาพดีอายุยืนยาว ได้รับการชี้ให้เห็นในการแพทย์แผนจีน
“สวรรค์กับมนุษย์เป็นหนึ่งเดียวกัน”
“วิธีธรรมชาติ”
“ต้องปรับทั้งกายและใจ”
“ยาและอาหารมาจากแหล่งเดียวกัน”

จากมุมมองนี้นำไปสู่การพัฒนาอาหารและสมุนไพร และวิธีการต่าง ๆ ในการดูแลสุขภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น

6. ผลิตภัณฑ์ยาจีนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ และมีอนาคตที่สดใส
ประเทศจีนมียาสมุนไพรธรรมชาติ 12,807 ชนิดและสูตรยาสมุนไพรมากกว่า 100,000 สูตรตามความรู้ที่ผ่านการฝึกปฏิบัติทางคลินิกมาอย่างยาวนานผ่านการคัดกรองตามหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ ใหม่จะนำไปสู่การลงทุนที่ใช้เงินน้อยลง ความเสี่ยงต่ำ ปัจจุบันจีนมียาจีนมากกว่า 5,000 ชนิด ผลกระทบดังกล่าวจะส่งผลต่อการส่งเสริมการปลูกสมุนไพร การพัฒนาการเกษตร อุตสาหกรรมต่อเนื่อง อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมขนส่ง อุตสาหกรรมการจัดเก็บ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ

สรุป “มุมมองของรัฐมนตรีเซจิง”
การแพทย์แผนจีนมีข้อดีของภูมิปัญญาเป็นแนวคิดทางวัฒนธรรมที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพยุคใหม่ที่มองความสัมพันธ์ทางร่างกาย จิตใจ และสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งเดียวไม่ผูกมัด ” โรค” โดยหลักแต่ให้ความสำคัญกับร่างกายของผู้ป่วยซึ่งเป็นหนึ่งในระบบธรรมชาติแบบองค์รวม ผสมผสานกับยาแผนปัจจุบันเพื่อตอกย้ำจุดอ่อนของกันและกัน นำไปประยุกต์ใช้กับระบบประกันสุขภาพในเมือง การรักษา การส่งเสริมและป้องกันในประเทศ ระบบสาธารณสุขมูลฐาน. และช่วยให้สุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาว

ปัจจุบัน จีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับวิชาการ โดยนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาวิจัยในทฤษฎีทางคลินิก สูตรยา เพื่อเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการรักษา ตลอดจนผลิตบุคลากรที่ได้มาตรฐานต่างๆ มากมายเพื่อตอบสนองความต้องการและการปฏิรูป ระบบสาธารณสุขของประเทศ

การพัฒนาการแพทย์แผนจีนในจีน นอกเหนือไปจากผลกระทบด้านสาธารณสุข จะส่งผลต่อการยกระดับและการพัฒนาเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพและสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ของคนจีนอีกด้วย

จีนกำลังพยายามใช้จุดแข็งและปัญญาของตนเอง ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไม่ปฏิเสธความรู้จากซีกโลกตะวันตก ขยายจุดแข็งของการแพทย์แผนจีนด้วยลักษณะ ความรู้ และวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตธรรมชาติทั้งในด้านสุขภาพและการขยายตัว ส่งผลให้เกิดขอบเขตเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและน่าศึกษา

.
ที่มาข้อมูล