in

การแพทย์ก้าวหน้า การสาธารณสุขก้าวไกล ใต้ร่มพระบารมี (ตอนที่ 2)

การแพทย์ก้าวหน้า การสาธารณสุขก้าวไกล ใต้ร่มพระบารมี (ตอนที่ 2)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน เป็นพระราชดำรัส

“การแพทย์และสาธารณสุข เป็นพื้นฐานสำคัญประการหนึ่งของการพัฒนาประเทศ ไม่มีประเทศใดในโลกที่จะก้าวหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากในประเทศนั้นยังมีสุขภาพที่ดีไม่พอ”??

“ประชาชนมีสุขภาพทรุดโทรม จะไม่สามารถพัฒนาประเทศชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศคือ ทรัพยากรบุคคล หรือ พลเมือง” ??

“คนที่สบายดีและมีความสุข นับเป็นค่าตัวที่ประเมินค่าไม่ได้”
??
ส่งเสริมสุขภาพป้องกันและควบคุมโรค
พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในช่วงต้น พ.ศ. 2493-2505 พระองค์ได้ทรงตั้งเป้าหมายในการแก้ปัญหาเร่งด่วน ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2503-2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถประสบปัญหาและสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยเผยแพร่แนวทางจากโครงการในหลวงที่ทรงริเริ่มและดำเนินการภายในเขตพระราชวังจิตรลดาจนสำเร็จ เช่นโรงโคนมจิตรลดาสวนทดลองโรงสีข้าว เพาะเลี้ยงปลานิล เป็นต้น

ทรงเห็นความสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรค และการวางแผนกลยุทธ์ในการดำเนินการ ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรคระบาดโปลิโอ พ.ศ. 2494 ทรงพระราชทานทรัพย์สินและจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและโรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระคุณ ส่งผลให้การกำจัดโรคโปลิโอในประเทศไทยประสบผลสำเร็จ และปัจจุบันไม่พบผู้ป่วยโปลิโอในประเทศไทยมากว่า 10 ปีแล้ว

พ.ศ. 2498 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เริ่มงานควบคุมโรคเรื้อนตามแนวทางใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับโครงการควบคุมโรคเรื้อนเป็นพระราชดำริ สร้างอาคารเพื่อการศึกษาวิจัย ป้องกัน บำบัด ควบคุมโรค ทรงพระราชทานนามอาคารหลังนี้ว่าสถาบันราชประชาสมาคม

ในเดือนพฤษภาคม 2501 อหิวาตกโรคระบาดในกรุงเทพฯ และรีบติดต่อไปยังอีก 35 จังหวัดที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก นี่เป็นการระบาดที่รุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ให้จัดตั้ง “อหิวาตกโรค” เพื่อต่อสู้กับโรคระบาดนี้ซึ่งทำให้ผู้ป่วยหลายหมื่นคนป่วยและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต 625 รายด้วยพระมหากรุณาธิคุณในการให้ความช่วยเหลือจึงทำให้โรคระบาดนี้ลดลงในเดือนตุลาคม 2502

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบว่าการขาดสารไอโอดีนในบางพื้นที่ทำให้เกิดคอพอก

ในปี 1991 พระองค์ได้ริเริ่มโครงการนำร่องสำหรับเกลือเสริมไอโอดีน ที่อำเภอสะเมิง เชียงใหม่ ทรงสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเกลือเสริมไอโอดีน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เกลือไอโอดีน 2,419 ตัน แก่กระทรวงสาธารณสุขและสภากาชาดไทย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ได้มีพระราชดำริให้สมาคมเยาวชนพุทธแห่งประเทศไทยรับผิดชอบในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยได้จัดตั้งหน่วยสงเคราะห์พระหนุ่ม พ.ศ. 2516 เป็นจิตอาสาถ่ายทอดความรู้สู่เยาวชนทั่วไปและแนะนำผู้ติดยาเข้ารับการบำบัดรักษา

มูลนิธิส่งเสริมงานวิจัยและสังคมสงเคราะห์
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานพระราชทานพระราชทรัพย์ให้จัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมการวิจัยและสังคม สนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น มูลนิธิเพื่อการพัฒนาสุขภาพ มูลนิธิอานันทมหิดล มูลนิธิวิจัยประสาทวิทยาในพระบรมราชูปถัมภ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ภายใต้มูลนิธิรางวัลพระราชทานมหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาความรู้สร้างนวัตกรรมในด้านต่างๆและหลายมูลนิธิดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติและวิกฤตต่างๆ

“มูลนิธิราชประชานุเคราะห์เปรียบเสมือนบริษัทประกันภัยรายใหญ่ของประเทศ ผู้ประสบภัยจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและเร็วที่สุด ที่คนอื่นไม่โชคร้ายเท่าได้ช่วยบริจาคเงินและสิ่งของให้มูลนิธิ”??
คำสั่งของกษัตริย์
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ได้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิ ในภาคใต้ของประเทศไทยส่งผลให้เสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหายอย่างรุนแรง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร พระราชทานทรัพย์สิน 60 ล้านบาท และภารกิจเร่งรัดอย่างเป็นระบบของทีมจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์สามารถช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพร้อมทั้งสร้างพลังสามัคคีและทุ่มเทเพื่อช่วยเหลือคนไทยทั่วประเทศเมื่อต้องเผชิญกับวิกฤต

สมเด็จพระมหิลาธิเบศร์อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก บิดาแห่งการแพทย์แผนไทย ทรงตรัสว่า

“ข้าพเจ้ารู้สึกเสมอว่าการสาธารณสุขมีความสำคัญยิ่ง ทั้งเป็นยาชูกำลังสำหรับชาติไทยและเป็นสาธารณประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสใดที่ข้าพเจ้าจะได้ช่วยออกกำลังกายและปัญญาหรือความมั่งคั่งดังที่ อันผลที่ฉันจะรักษาไว้ ฉันจะพัฒนามัน ฉันเต็มใจทำเสมอ”??

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงดำเนินตามพระราชปณิธานของพระองค์ด้วยพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน ทรงพระราชดำริจนประเทศไทยได้ระบบการแพทย์ขั้นสูง พัฒนาสาธารณสุขโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีสุขภาพแข็งแรงทุกคน

.
ที่มาข้อมูล