in

การฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอกับสมดุลของชีวิต

การฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอกับสมดุลของชีวิต

เมื่อสองวันก่อน ฉันได้คุยกับเพื่อนของครูสอนโยคะ ซึ่งเล่าถึงเพื่อนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เพื่อนคนนั้นทำงานในสำนักงาน คุณบอกว่าคนอเมริกันเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี จันทร์ถึงศุกร์ จงทำงานด้วยความสบายใจ แต่คนอเมริกันไม่ใช่เพื่อนสนิท ทำให้วันเสาร์และอาทิตย์เป็นวันที่ไม่มีความสุขเลย แต่พอผมบอกว่าจะกลับไทย คุณไม่อยากกลับเมืองไทย เพราะแม้แต่คนไทยก็รู้จักกัน สุขสันต์วันเสาร์-อาทิตย์ แต่คนไทยทำงานหนัก ทำให้วันจันทร์ถึงวันศุกร์ไม่มีความสุขเลย กล่าวคือ ดำเนินชีวิตที่ไม่สมดุล ไม่สมดุล ความสมดุลในชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ หากใครสามารถหาจุดสมดุลในชีวิตของตัวเองได้ ชีวิตจะสงบสุขซึ่งผู้เขียนเห็นด้วยอย่างยิ่งและกลับมานั่งทบทวนว่ามนุษย์จะสร้างสมดุลในชีวิตได้อย่างไร?

สรุปว่าการทำโยคะเป็นประจำเป็นวิธีที่จะไป เป็นวิธีหนึ่งที่จะค่อยๆ เปลี่ยนชีวิตในหลายๆ ด้าน ค่อยๆ นำผู้ปฏิบัติไปสู่ความสมดุลของชีวิต โดยรวบรวมการแลกเปลี่ยนดังนี้

จุดแรกเป็นเรื่องของเวลา ยอมรับว่า สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับคนเมืองในยุคนี้คือเวลา ไม่มีใครมีเวลาเลย (รวมถึงไม่มีเวลาทำโยคะด้วย) แต่ผู้ที่ฝึกโยคะเป็นประจำซึ่งต้องแบ่งเวลาของตัวเอง มาฝึกโยคะทุกวัน พบว่าความสงบที่เกิดขึ้นระหว่างเล่นโยคะนั้นดีกว่าความเพลิดเพลินในการทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือพิมพ์ ดูหนัง ฯลฯ ให้มาก หรือพูดอีกอย่างก็คือ ยิ่งฝึกโยคะมากเท่านั้น ยิ่งเบื่อกับความมันส์สุดๆ ดังนั้นผู้ฝึกโยคะสามารถลดกิจกรรมที่รกมากมายในชีวิตประจำวันได้ กลับกลายเป็นคนที่มีเวลาเหลือเฟือ

ประการที่สองเป็นเรื่องและการเงิน การฝึกโยคะเป็นประจำทำให้ผู้ปฏิบัติงานลดความต้องการ ลดการแสวงหาวัสดุ ผู้ฝึกโยคะหลายคนเลิกกินอาหารราคาแพง (บางคนเลิกกินข้าวเย็นแล้ว) หยุดซื้อเสื้อผ้า เสบียงฟุ่มเฟือย งดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จนเรียกได้ว่าเกือบเดือนที่ไม่ซื้ออะไรเลย ให้กลายเป็นคนที่มีเงินเหลือใช้ในเรื่องการเงิน บางคนถึงแม้จะใช้เงินไม่มาก แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ที่จะออมเงินไว้ใช้ยามป่วย ป่วย และแก่

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการศึกษาจากต่างประเทศรายหนึ่งพบว่า คนที่กังวลว่าจะไม่พอกินเมื่อแก่ ส่วนใหญ่มีเงินออมมาก ในการวิจัยสรุปได้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ แต่ด้วยความกลัวความไม่แน่นอนของอนาคตผู้คนที่ฝึกโยคะเป็นประจำ ความกลัวจะค่อยๆ ลดลง ผู้ฝึกโยคะไม่กลัวการเจ็บป่วย เนื่องจากการทำโยคะเป็นประจำเป็นการรักษาสุขภาพที่ดี ผู้ฝึกโยคะจึงไม่กลัวอุบัติเหตุเพราะการทำโยคะทำให้เกิดความประมาท ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ เมื่อหมดความกลัว ความกังวลเรื่องการออมจะหมดไป

ต่อไปเป็นเรื่องของอารมณ์และจิตใจ สังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ซึ่งสามารถซื้อได้ด้วยเงิน ทำให้คนมีรายได้มากขึ้น เงินมากขึ้น ยิ่งมีความแน่วแน่มากขึ้น บางคนมีเงินมากพอถึงแม้จะเชื่อว่าเขาเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ เชื่อว่าคนหนึ่งคือศูนย์กลางของจักรวาลที่ฝึกโยคะเป็นประจำ ผู้ปฏิบัติจะพบว่าคุณค่าของโยคะนั้นสำคัญยิ่ง ทำให้จิตใจของเราดีขึ้น การฝึกโยคะเป็นประจำคือการค่อยๆ ขัดเกลาจิตใจของผู้ปฏิบัติให้อ่อนโยน เป็นคนใจดี ยิ่งมีคนฝึกโยคะมากเท่าไร ความเคารพต่อเงินของพวกเขาก็จะยิ่งต่ำลง แต่เป็นการเพิ่มความนับถือตนเอง ยิ่งฝึกโยคะ ยิ่งเห็นคุณค่าในตัวเอง คุณค่าในตัวเองนี้ นำไปสู่การชื่นชมผู้อื่นมากขึ้น และเมื่อคุณตระหนักถึงคุณค่าของผู้อื่น คุณจะได้รับความเข้าใจ มุมมองแบบองค์รวม และความสัมพันธ์ระหว่างตัวคุณเองกับผู้อื่น เห็นความเชื่อมโยงระหว่างตนกับธรรมชาติตามความเป็นจริง เห็นตนเป็นหยดเล็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นี้ เมื่อผู้ฝึกโยคะปกติจะมีความมั่นคงทางอารมณ์มีจิตใจที่สวยงาม

ในเบื้องต้นกล่าวได้ว่าการฝึกโยคะเป็นประจำทำให้ผู้ฝึกตนเป็นคนมีจิตใจดี ไม่แสวงหาทรัพย์สินเกินความจำเป็น พวกเขายังมีเวลาให้ตัวเองอีกมาก ซึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะสรุปได้ว่าการฝึกโยคะเป็นประจำทำให้เรามีความสมดุลในการใช้ชีวิตมากขึ้น แม้ว่าโยคะจะเอื้อต่อการจัดวิธีการทรงตัวของผู้ฝึก แต่การจะดำรงชีวิตอย่างสมดุลได้อย่างเต็มที่นั้นยังต้องประกอบด้วยปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือความต้องการของมนุษย์”เป้าหมายของชีวิต“เรามาดูกันด้วย การใช้ชีวิตที่สมดุลหมายความว่า มนุษย์ต้องเดินไปในทางที่พอเหมาะ ไม่เบี่ยงซ้ายหรือขวามากเกินไปซึ่งจะทำสิ่งนี้ ผู้ชายต้องรู้ว่าเขายืนอยู่ที่ใด เดินจากทางไหนและที่สำคัญที่สุด ทิศทางที่มันจะนำไปสู่ ​​นั่นคือ การบรรลุความสมดุลของชีวิต เราไม่ได้เพียงแค่ต้องมีทางที่ดี เรายังต้องมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน คนส่วนใหญ่ที่ถูกหล่อหลอมในกรอบของผู้บริโภค- สังคมที่มุ่งเน้น จะมองเงินเป็นค่าหลักและตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ที่ปริมาณ

คนที่ตั้งเป้าหมายในชีวิตด้วยเงินเพียงก้อนเดียวแบบนี้ ย่อมมีทิศทางชีวิตที่ทุ่มเทให้กับเงินเท่านั้นเสมอ
ผู้ฝึกโยคะประจำ นอกจากการเห็นประเด็นเรื่องเงินของวัตถุแล้ว ยังคำนึงถึงมิติอื่น ๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิต ผู้ฝึกโยคะยังมีเป้าหมายอื่น ๆ เช่น มุ่งดูแลสุขภาพตนเองแบบพึ่งตนเอง . หลีกเลี่ยงการกินยาเคมี พยายามอย่าทำตัวเย็นชานักปฏิบัติโยคะมุ่งที่จะรักษาศีล ตั้งใจที่จะเพิ่มศีลทีละคนผู้ปฏิบัติโยคะมุ่งที่จะอุทิศส่วนหนึ่งของทรัพยากรของตน ไม่ว่าจะเป็นเงิน พลังสมอง หรือเวลาเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ฯลฯ ผู้ฝึกโยคะมักเห็นความเชื่อมโยง เห็นองค์รวม ให้ความสนใจกับมิติเหล่านี้พร้อมๆ กัน ผู้ฝึกโยคะปกติ ตั้งเป้าหมายหลายอย่างในชีวิตและใช้ชีวิตให้บรรลุเป้าหมายไปพร้อม ๆ กัน นอกจากมนุษย์แล้ว ควรคำนึงถึงเป้าหมายต่างๆ เหล่านี้ด้วย ต้องคำนึงถึงเป้าหมายอื่นด้วย เป้าหมายสูงสุดของชีวิตหรือที่เรียกว่าอุดมคติ คนทุกวันนี้ไม่ค่อยพูดถึงอุดมคติ

ครั้งหนึ่งในชั้นเรียนโยคะ นักเรียนคนหนึ่งถึงกับเห็นว่าการพูดถึงอุดมคติในสมัยนี้เป็นเรื่องที่น่ายกย่อง อย่างไรก็ตาม สังคมพูดถึงมันน้อยมาก นี่ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์สามารถอยู่ได้โดยปราศจากอุดมคติ อุดมคติก็เหมือนกฎเกณฑ์ของชีวิต เป็นรากฐานที่สำคัญของส่วนอื่นๆ ทั้งหมด คิดเกี่ยวกับมัน แม้ว่าเราจะมีวิถีชีวิตที่ถูกต้อง หากไม่มีอุดมคติหรือเป้าหมายสูงสุดของชีวิต เราก็แค่ก้าวแรก เราไม่รู้ว่าเรากำลังก้าวหน้าหรือถอยหลัง ป่วยที่จะบอกว่าเรากำลังเดินอยู่ในสมดุล?

โยคะได้สร้างอุดมคติสูงสุดในการทำสมาธิแบบมีสติสัมปชัญญะ หมายถึง สภาวะแห่งเสรีภาพ ปราศจากพันธนาการทั้งปวง ทุกสิ่งที่ผูกมัดคนที่ฝึกโยคะเป็นประจำ ภาพลักษณ์ในอุดมคติจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้น คนที่ฝึกโยคะเป็นประจำจะได้สัมผัสกับความรู้สึกอิสระเป็นครั้งคราว และทำให้ฉันมั่นใจว่าอุดมคติไม่ใช่เรื่องไร้สาระ และเมื่อดำเนินชีวิตตามวิถีแห่งโยคะ ๗ ประการแรกจนครบบริบูรณ์ ในที่สุดผู้ปฏิบัติจะบรรลุถึงสัมมาสมาธิ มรรค ๘ แห่งโยคะ

โยคะไม่ใช่เรื่องลึกลับ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน เทคนิคโยคะนั้นง่ายมาก ผู้ชายที่ปรารถนาจะบรรลุจุดประสงค์ของโยคะ ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการฝึกเทคนิคโยคะง่ายๆ เป็นประจำกับการฝึกโยคะเป็นประจำ เราจะมีความสมดุลของชีวิต เมื่อความสมดุลของชีวิตเราจะมีความสงบสุข

.
ที่มาข้อมูล