in

การผึกโยคะดีจริงหรือ?

การผึกโยคะดีจริงหรือ?

ฝึกโยคะดีจริงหรือ?

ความปรารถนาสูงสุดของมนุษย์ในทุกเพศ ทุกวัย และทุกมุมโลก คือการมีชีวิตที่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย เมื่อพูดถึงการมีร่างกายที่แข็งแรง มักจะตามมา พร้อมคำแนะนำในการออกกำลังกายให้เพียงพอและสม่ำเสมอ คำว่าออกกำลังกายเรามักจะนึกถึงการเล่นกีฬา เช่น เทนนิส ว่ายน้ำ ฟุตบอล หรือวันนี้จะรวมกิจกรรมเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวของร่างกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นกว่าปกติ เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือตั้งใจทำงานบ้าน ทำสวน ให้เหงื่อไหล เป็นต้น ผลดีของการออกกำลังกาย มีคนเรียนเยอะมาก การฝึกโยคะดีอย่างไร และเพราะอะไร มันเฟื่องฟูในปัจจุบัน? ในกลุ่มคนดูแลสุขภาพ ในความเห็นของผม ผมคิดว่าการฝึกโยคะ มันจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกายได้เช่นกัน แต่ระบบหัวใจและหลอดเลือดเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงในระดับชีวเคมีต่างๆ ในเลือดจะต่อสู้กับการออกกำลังกาย ไม่ใช่แอโรบิกจนกว่าจะได้รับการติดต่อจากครูกวีผู้มีบทบาทอย่างมากในการเผยแพร่โยคะเพื่อสุขภาพ ให้ทีมวิจัยของเราพิสูจน์ว่าผลของการฝึกโยคะที่มีต่อร่างกายของผู้ฝึกโยคะนั้นเป็นอย่างไร ใช้เวลามากกว่า 2-3 เดือนในการทำความเข้าใจก่อนที่จะเริ่มโครงการ ยิ่งอ่านหนังสือเรียนก็ยิ่งเห็นว่าโยคะมีหลายประเภท ที่น่าสนใจและได้ข้อสรุปในทีมวิจัยว่า เราจะมาดูผลของโยคะที่มีต่อสมรรถภาพทางกายกัน การเปลี่ยนแปลงของระดับเลือดรวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคของผู้ปฏิบัติงาน

อาสาสมัคร
โดยปกติการวิจัยแต่ละครั้ง ปัญหาแรกที่เราจะเผชิญอย่างแน่นอนคือที่เก็บข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านที่เราไม่คุ้นเคยก็จะเป็นการยากที่จะเจาะลึกความจริง สำหรับวิทยาศาสตร์ โยคะมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลและได้รับการฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง แต่มีเพียงเล็กน้อยที่จะอธิบายประโยชน์ของโยคะอย่างชัดเจนตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับงานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของการฝึกโยคะนั้นเราได้ศึกษา สำเร็จในครั้งนี้ โดยได้รับทุนจากสำนักงาน กองทุนส่งเสริมสุขภาพ (สภาผู้แทนราษฎรไทย) และมารยาทจากอาจารย์กวี คงภักดีพงษ์ ที่ให้โอกาสทีมงานรวบรวมข้อมูลในวิทยากร หลักสูตร Yoga Leadership รุ่นที่ 1 มีระยะเวลาฝึกอบรม 3 เดือน โดยมีการฝึกทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และวันเสาร์ วันละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ทฤษฎี 1 ชั่วโมง ในวันเสาร์ ทีมงานของเราสลับกันให้ความรู้ด้านโภชนาการกับชีวิตประจำวัน โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนการฝึกโยคะเบื้องต้น ครูกวีบอกพวกเราว่ามีคนเข้าร่วมหลักสูตรประมาณ 40 คน มาจากหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน และเราต้องการเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากพอที่จะบอกได้ ดังนั้น ทีมวิจัยของเราจึงมีผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมจำนวน 3 คน คือ อาจารย์อรพินท์ บรรจง อาจารย์โสภา ธรรมโชติพงษ์ และ รศ. ผศ.ดร.กัลยา กิจบุญชู คนสุดท้ายเป็นหัวหน้าทีมวิจัย และใครเคยเขียนประสบการณ์ตรงจากการฝึกโยคะกับหมอประจำหมู่บ้าน ครั้งที่ 282 เมื่อ ตุลาคม 2545 สำหรับผม ผมอยากสังเกตจากระยะไกล เพื่อป้องกันข้อมูลบิดเบือน แต่จริงๆ แล้วผมไม่กล้าเข้าร่วมโครงการ เพราะหนึ่งในสัญญาหลังจากการอบรมครั้งนี้คือ ต่อการฝึกเพื่อเป็นครูสอนโยคะ ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้รึเปล่า

ในวันเปิดตัวโครงการ ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลได้รับการชี้แจงและมีการลงนามยินยอมในการศึกษาเนื่องจากการเจาะเลือด การทดสอบสมรรถนะกรอกแบบสอบถามสุขภาพและพฤติกรรมการบริโภคทั้งก่อนการฝึกและหลังการฝึก เมื่อรวบรวมแบบสอบถามเบื้องต้นจำนวนผู้เข้าร่วมที่ตกลงเก็บข้อมูลตั้งแต่ต้นจนจบมีทั้งหมด 30 คน ชาย 5 คน หญิง 25 คน ระหว่าง 35-55 คน อายุปี ผู้เข้ารับการฝึกอบรมประมาณครึ่งหนึ่งมีประสบการณ์ ฝึกโยคะนานๆที ก็เหมือนนักกีฬาที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว โปรแกรมการฝึกต้องหนักมากจึงจะเพียงพอที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง เราเตรียมที่จะวัดและไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

ผลของการฝึกโยคะต่อสมรรถภาพทางกาย
สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดในการฝึกโยคะคือความยืดหยุ่น โดยวัดจากการนั่งลงและก้มตัวไปข้างหน้า บางคนเริ่มวัดในเชิงลบ หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถก้มลงแตะนิ้วเท้าได้ แต่เมื่อวัดสุดท้ายสามารถโค้งงอได้มากกว่าเดิม เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6 ซม. การเปลี่ยนแปลงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เราใช้การวัดจำนวนมาก ท่าทางจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ผู้ฝึกโยคะสามารถยืนขึ้น-นั่ง ทำซ้ำได้มากขึ้นในระยะเวลาเท่ากัน หรือนอนหงายเกร็งตัวโดยใช้ทั้งกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง นั่งในท่าที่กำหนดมีคนจำนวนหนึ่งที่สามารถทำได้ ความดีก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

สิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับทีมวิจัยคือผลของการฝึกโยคะทำให้ชีพจรลดลง เมื่อความดันโลหิตเพิ่มขึ้น การออกกำลังกายมักจะส่งผลให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดดีขึ้นโดยการลดทั้งชีพจรและความดันขณะพัก ในการวัดความดันและชีพจร เราทำหลังจากการฝึกโยคะเสร็จสิ้น และนอนอยู่ในศพ ซึ่งเราคิดว่าอาจจะเป็นภาวะที่ร่างกายกลับไปพักผ่อน อันที่จริงอาจไม่ใช่การฝึกโยคะ อาจมีบางอย่างผิดปกติ แม้เมื่อวัดขณะอยู่ในท่าศพ ร่างกายภายนอกไม่เคลื่อนไหว แต่อวัยวะภายในยังได้รับผลกระทบจากการฝึกโยคะอีกด้วย จึงทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการฝึกโยคะในกรณีที่เกิดท่าวาร์ปที่ส่งผล มันเพิ่มความดันโลหิตและอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูง
การทดสอบประสิทธิภาพอื่นๆ รวมถึงการกดทับของมือและความจุของปอด มีแนวโน้มที่จะทำได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สัดส่วนร่างกายเปลี่ยนไป
ชั่งน้ำหนัก การวัดความหนาของผิวหนังทั้งสี่ รอบ รอบเอว และรอบสะโพก แสดงให้เห็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น นี่เป็นการบรรเทาทุกข์ที่น่ายินดีสำหรับผู้ฝึกโยคะ เช่นเดียวกับหลายๆ โครงการที่ฉันเคยไป เน้นที่การออกกำลังกายไป มีค่อนข้างน้อยที่ไม่ประสบความสำเร็จในการกระชับสัดส่วน คืออาจเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย แต่สัดส่วนของร่างกายไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากไม่สามารถควบคุมการบริโภคได้ ดังนั้น ส่วนสำคัญของการลดสัดส่วนของการศึกษานี้น่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค กลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมปรับการบริโภคอาหารเป็น ??กินอย่างมีสติ?? และใช้เวลาในการเคี้ยวนานขึ้นจึงสามารถลดปริมาณอาหารที่รับประทานได้ บางคนบอกว่าระหว่างการฝึกลดอาหารจาก 3 มื้อ เหลือ 2 มื้อ เพราะก่อนการจราจรจะถึงสถานที่ฝึกอบรมที่ มศว.ประสานมิตรไม่สามารถกินได้ เพราะข้อห้ามของการฝึกโยคะคือการฝึกในขณะท้องว่าง ดังนั้นบางครั้งอาจข้ามมื้ออาหารนั้นไปเลย

ผลการตรวจเลือด
นักวิจัยตรวจสอบระดับคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์และน้ำตาลในเลือด พบว่าระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ไตรกลีเซอไรด์ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเป็นผลจากการปรับเปลี่ยน นิสัยการบริโภคตั้งแต่กินเนื้อสัตว์ไปจนถึงผักและผลไม้แทน มีข้อควรระวังในการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น การฝึกอาสนะเพียงอย่างเดียวสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแต่จำเป็นต้องทำ นอกจากนี้ยังมีวิถีชีวิตแบบโยคะซึ่งก็คือการกินผักและผลไม้เป็นหลัก ดังนั้นจะส่งผลให้ระดับชีวเคมีในเลือดเปลี่ยนแปลงไป อีกปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ผู้ฝึกโยคะกลุ่มนี้กินอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นคือ หลังการฝึกคุณจะได้อาหารจากคุณปรีชา ก้อนทอง และคุณวริชิตา พลังสำราญ ที่กำลังฝึกโมเดลนี้อยู่เช่นกัน มีความพยายามที่จะนำอาหารเพื่อสุขภาพจากร้าน Berk Man แถวพุทธมณฑลสาย 4

ผลกระทบต่อสุขภาพ
จากแบบสอบถามความเจ็บป่วยทั่วไป ความรู้สึกของผู้ตอบแบบสอบถามถูกใช้เพื่อบอกว่าตนเองเป็นหรือไม่ เช่น ปวดตามร่างกาย เป็นหวัด ท้องผูก ท้องอืด เป็นต้น คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ ท้องอืด แต่อาการอื่นๆ ไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้ว ผู้ฝึกโยคะจำนวนมากขึ้นประเมินตนเองว่ามีสุขภาพดี

งานวิจัยนี้ช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความมั่นใจในสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นกับฉัน สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ไม่ใช่แค่การวิจัย แต่ฉันประทับใจและได้เรียนรู้กระบวนการที่ทำให้โครงการนี้เป็นสาธารณะ ความรู้นั้นยั่งยืน ถึงจะเป็นก้าวที่ช้า แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ไม่เหมือนหลายๆ โครงการที่ลงทุนเงินเพื่อสร้างกระแส ยิ่งใหญ่ แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว ปัจจัยที่อยากจะสรุป ความสำเร็จของโครงการนี้สำเร็จได้ด้วยสามสิ่ง:
อย่างแรกคือครูที่ให้ความรู้ด้วยความตั้งใจและตั้งใจจริง
ประการที่สองคือนักเรียนที่มีความตั้งใจจริงและเข้าชั้นเรียนเป็นประจำ
ประการที่สามคือความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำโยคะ ซึ่งจะขยายพันธมิตร เพื่อฝึกโยคะต่อไปเพื่อรักษาสุขภาพ

.
ที่มาข้อมูล