in

การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์

การวางเป้าหมายการมีครรภ์ เป็นสิ่งที่คุณพ่อและก็คุณแม่สามารถคิดได้ล่วงหน้า โดยเริ่มตั้งแต่การตรวจร่างกายของทั้งสองฝ่ายก่อนตั้งท้อง ถ้าเกิดคุณพ่อและก็คุณแม่แข็งแรงแล้วก็มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ก็ย่อมได้โอกาสออกลูกที่แข็งแรงและก็มีสุขภาพแข็งแรงเช่นเดียวกัน ทำให้ในตอนนี้มีโรงหมอและก็สถานพยาบาลหลายแห่งที่ให้คำแนะนำสำหรับคู่รักที่กำลังคิดแผนจะท้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง

แม้กระนั้นก็มีหลายคู่นะครับที่สมรสกันโดยทันทีหรือมีลูกกันในทันทีโดยไม่เคยทราบว่าข้างหนึ่งข้างใดอาจมีโรคซึ่งสามารถถ่ายทอดไปยังลูกได้ คุณอาจไม่อยากที่จะให้ลูกเกิดขึ้นมาโดยไม่สมประกอบ ทุพพลภาพ หรือมีโรคทางพันธุกรรมใช่ไหมขอรับ ? เนื่องจากว่ามันบางครั้งก็อาจจะแปลงเป็นปัญหาที่สร้างความทุกข์ใจให้กับครอบครัวได้ บางบุคคลบางทีอาจเสียอกเศร้าใจได้แม้กระนั้นโทษว่าตนเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกควรเป็นแบบงี้ หรือบางคู่บางทีอาจถึงกับขนาดมีการผิดใจดวงใจกัน เพราะเหตุว่ามัวแต่ไปโทษว่าเป็นความไม่ถูกอีกข้างหนึ่ง เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เพราะเหตุไรพวกเราไม่ไปตรวจร่างกายก่อนมีครรภ์มองสักหนึ่งครั้งล่ะครับผม ตรวจให้ทราบไปเลยว่า ร่างกายของทั้งสองพร้อมหรือยังในการให้กำเนิดลูกน้อย ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอะไรเลยครับผม โดยสิ่งที่แพทย์จะตรวจก็จะมีขั้นตอนดังนี้ขอรับ

  1. วิธีซักประวัติความเป็นมา จะเป็นการไต่ถามทั่วๆไป หรือไต่ถามถึงปัญหาในตอนนี้ โดยสิ่งที่แพทย์จะซักไซ้ไล่เลียงก็ได้แก่
    • เรื่องราวคุมกำเนิด การใช้ยาคุม เรื่องราวท้องคราวก่อนๆเรื่องราวตรวจโรคมะเร็งปากมดลูก ความเปลี่ยนไปจากปกติเกี่ยวกับรอบเมนส์ เมนส์มาบ่อยไหม และก็รอบเดือนหนสุดท้ายมาเมื่อไร ถ้าหากยังมิได้บันทึกก็ให้เริ่มทำตั้งแต่วันนี้ได้เลยครับผม ด้วยเหตุว่าความเป็นมารอบเดือนจะช่วยทำให้ปรับพวกเรารู้อายุท้องรวมทั้งวันคลอดได้ขอรับ
    • เรื่องราวเจ็บไข้ได้ป่วย การกินยา โรคประจำตัว รวมทั้งการผ่าตัด การให้เลือด รวมทั้งโรคติดต่อทางเพศสมาคม หรือการอักเสบของช่องคลอด แล้วก็ผลของการตรวจข้างใน
    • เรื่องราวทางการคลอดบุตร หมอจะไต่ถามว่า เคยตั้งท้องมาก่อนหรือเปล่า ปริมาณการมีครรภ์ ความไม่ปกติของการมีครรภ์ ดังเช่น การตั้งท้องนอกมดลูก ท้องเป็นพิษ เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งท้อง การคลอดก่อน การผ่าตัดทำคลอด การมีครรภ์ฝาแฝด การแท้งลูก หรือให้กำเนิดเด็กไม่สมประกอบ แม่จะต้องจัดแจงข้อมูลให้พร้อม รวมทั้งเรื่องราวกินกรดโฟลิกด้วยขอรับ เนื่องจากหมอจะได้กำหนดแผนการดูแลแม่ได้อย่างแม่นยำ
    • เรื่องราวฉีดยา เคยฉีดยาปกป้องโรคที่บางทีอาจจะติดต่อไปยังเด็กแรกคลอดหรือเปล่า เป็นต้นว่า โรคเหือด เชื้อไวรัสตับอักเสบ ไข้เปล่งปลั่ง โรคบาดทะยัก อื่นๆอีกมากมาย
    • ประวัติความเป็นมาทางครอบครัว เป็นการถามว่า มีใครกันแน่เป็นโรคทางพันธุกรรม เบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง โรคเลือด อื่นๆอีกมากมาย ไหม ?
    • เรื่องราวใช้ยา อีกทั้งจากที่หมอสั่งหรือการซื้อยามากินเอง รวมถึงการแพ้ยา (ต้องจำให้ได้ครับผมว่าแพ้ยาอะไร อาการเป็นเยี่ยงไร ถ้าเกิดจำไม่ได้ก็เขียนชื่อยาไว้ประจำตัวตลอดระยะเวลาก็จะดีเยี่ยมที่สุด) เนื่องจากว่ายาบางประเภทส่งผลต่อการท้องนะครับ
    • ประวัติส่วนตัว อย่างเช่น สิ่งแวดล้อมสำหรับในการดำเนินการ สภาพแวดล้อมของที่พักอาศัย สัตว์เลี้ยงในบ้าน, เรื่องราวบริหารร่างกาย (กระบวนการบริหารร่างกาย, ช่วงเวลาแล้วก็ความแรงสำหรับเพื่อการบริหารร่างกาย เผื่อมีข้อบังคับที่คุณควรจะลดการบริหารร่างกาย), เรื่องราวทำฟันแล้วก็การตรวจร่างกายโพรงปาก รวมทั้งการกระทำเสี่ยงที่บางทีอาจมีผลต่อการท้อง ดังเช่น การสูบยาสูบ การดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การใช้สิ่งเสพติด อื่นๆอีกมากมาย เพื่อหมอจะได้พิจารณาถึงการเสี่ยงที่อาจมีผลต่อเด็กแล้วก็ให้คำปรึกษาได้ ประวัติความเป็นมาอื่นๆเป็นต้นว่า เรื่องราวทำฟัน
  2. การตรวจสุขภาพทั่วๆไป จะเป็นการตรวจทานความสมบูรณ์ของร่างกายอีกทั้งบิดารวมทั้งแม่ โดยแพทย์จะตรวจทานว่า มีโรคบางสิ่งบางอย่างที่เกิดอันตรายต่อการท้องหรือเปล่า ดังเช่น โรคความดันเลือดสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ อื่นๆอีกมากมาย โดยสิ่งที่แพทย์จะตรวจก็ได้แก่ การประมาณความสูง, ชั่งน้ำหนัก, วัดความดันเลือด, ตรวจระบบหายใจ, ตรวจระบบหัวใจ, ตรวจเต้านม, ตรวจท้อง, ตรวจข้างใน (แม้จำเป็นจะต้อง) และก็ตรวจโรคมะเร็งปากมดลูก ถ้าตรวจว่าเจอความไม่ดีเหมือนปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ต้องได้รับการดูแลจากหมออย่างใกล้ชิด อีกทั้งหมอเฉพาะทางแล้วก็สูตินรีแพทย์ ซึ่งจึงควรพิเคราะห์ด้วยกันว่าเหมาะสมให้มีการตั้งท้องได้หรือเปล่า ยิ่งไปกว่านี้ยังต้องระวังเรื่องโรคติดต่อทางเพศชมรมด้วย อย่างโรคที่พบมากๆดังเช่นว่า โรคหนองใน โรคซิฟิลิส กามโรครวมทั้งแข็ง เชื้อไวรัสตับอักเสบบี หากจะคุ้มครองปกป้องเอาไว้ก่อนก็จะดีมากกว่ามารักษาคราวหน้า ส่วนโรคภูมิคุมกันบกพร่องนั้น หากม่าม้าติดเชื้อโรคจะได้โอกาสถ่ายทอดไปสู่ลูกได้มากถึงปริมาณร้อยละ 20-30 (หากได้รับยาระหว่างมีท้อง จะลดจังหวะการถ่ายทอดไปสู่ลูกน้อยกว่าจำนวนร้อยละ 10) ถ้าหากบิดาหรือแม่ติดโรคโรคภูมิคุมกันบกพร่อง ก็ไม่สมควรจะปลดปล่อยให้มีการตั้งท้องเกิดขึ้น
  3. การเจาะเลือด ตรวจฉี่ รวมทั้งเอกซเรย์ปอด (ตรวจเลือดก่อนตั้งท้อง) คุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่ควรจะได้รับการวิเคราะห์เลือดให้รอบคอบ เพื่อมองว่าได้โอกาสมีครรภ์โดยที่สภาวะแม่ลูกกรุ๊ปเลือดไม่เข้ากันไหม แม้เกิดภาวะนี้ขึ้น แพทย์จะได้ให้คำปรึกษาเพื่อการมีครรภ์ล่วงเลยไปโดยสวัสดิภาพได้ ในขั้นตอนนี้โดยรวมแล้วจะเป็นการตรวจเพื่อมองความเข้มข้นของเลือด โรคเลือด โรคติดต่อทางเพศสโมสร รวมทั้งโรคติดต่อทางพันธุกรรม รวมทั้งหาภูมิต้านทานโรคบางสิ่ง โดยธรรมดาสิ่งที่แพทย์จะสั่งให้ตรวจก็ได้แก่ กลุ่มเลือด, ตรวจความเข้มข้นของเม็ดเลือดเพื่อประเมินสุขภาพทั่วๆไป, ระดับน้ำตาลในเลือด, ตรวจฉี่, เอกซเรย์ปอด, ตรวจภูมิต้านทานโรค ได้แก่ โรคเหือด เชื้อไวรัสตับอักเสบบี รวมทั้งโรคซิฟิลิส ในการตรวจโรคทางพันธุกรรม ถ้าพบว่าอีกทั้งบิดาแล้วก็แม่ต่างก็มีโรคทางพันธุกรรมแอบแฝงอยู่ในตัว โดยธรรมดาจะได้โอกาสถ่ายทอดไปยังลูกได้ 1 ใน 4 คน โดยจะมี 1 ผู้ที่ธรรมดา มี 2 ผู้ที่ธรรมดาแม้กระนั้นมีโรคซ่อนเร้น ส่วนอีก 1 คนนั้นจะไม่ปกติหรือมีโรคปรากฏให้มองเห็นอย่างแจ่มแจ้ง ยิ่งถ้าเกิดบิดามารดาเป็นโรคเลือดธาลัสซีภรรยาทั้งสอง แพทย์จะไม่ชี้แนะให้มีลูกเลยขอรับ
  4. การตรวจด้านใน เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับในการเตรียมพร้อมเป็นคุณแม่ โดยจะเป็นการตรวจเพื่อมองว่ามดลูกแล้วก็รังไข่ธรรมดาดีหรือเปล่า รวมถึงตรวจช่องคลอดเนื่องจากว่าส่งผลโดยตรงต่อการตั้งท้องรวมทั้งการคลอด อย่างเช่น อาจมีการอักเสบ มีเนื้องอกของมดลูกหรือรังไข่ มีพังผืดหรือมีถุงน้ำในรังไข่ ฯลฯ แถมการตรวจด้านในยังถือได้ว่าจังหวะดีที่กำลังจะได้ตรวจโรคมะเร็งปากมดลูกไปด้วย ส่วนคุณสุภาพสตรีที่มีระดูแล้วมักเจ็บท้องมากมายๆกระทั่งทำอะไรมิได้เลย และก็จำต้องรับประทานยาแก้ปวดหรือจำต้องหยุดงานเสมอๆ แบบงี้จะมีการเสี่ยงเป็นเนื้องอกของเยื่อบุมดลูกซึ่งไปรุ่งโรจน์ไม่ถูกที่ได้ขอรับ ควรจะรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจตรา แม้เป็นขึ้นมาจะได้รักษา เนื่องจากว่าโรคนี้ถ้าเกิดเป็นแล้วจะก่อให้ได้โอกาสตั้งท้องได้ยากขึ้น แม้ได้รับการดูแลรักษาแล้ว ช่องทางที่จะมีครรภ์ก็มีมากเพิ่มขึ้นขอรับ สำหรับเพื่อการตรวจความสมบูรณ์ของสเปิร์มพ่อก็สำคัญครับผม เนื่องจากว่าแม้กำเนิดความไม่ปกติขึ้นมา จะได้รับข้อเสนอแนะรวมทั้งรักษาตั้งแต่เนิ่นๆดียิ่งกว่าปลดปล่อยให้ผ่านไปแล้วจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเรื่องที่แก้ไขยาก
  5. การตรวจพิเศษอื่นๆ ภายหลังที่ตรวจสุขภาพแล้วก็ตรวจข้างในไปแล้ว ถ้าหากหมอสงสัยว่ามีความผิดธรรมดาอะไรบางอย่าง ก็บางครั้งอาจจะจะต้องให้ตรวจพิเศษเสริมเติมด้วย ดังเช่นว่า ตรวจอัลตราซาวนด์ในท้อง หรือส่องกล้องตรวจในอุ้งเชิงกราน ฯลฯ

ตรวจเลือดก่อนมีครรภ์

ส่วนในเรื่องของค่าใช้สอยสำหรับการตรวจร่างกายก่อนจะมีการมีท้องก็มีอยู่หลายราคานะครับ ขึ้นกับโรงหมอรวมทั้งแพ็กเกจที่เลือก ถ้าหากตรวจทั้งยังบิดารวมทั้งแม่สองคนรวมแล้วหลังจากนั้นก็จะเริ่มอยู่ที่ราว 4,000-5,000 บาทขอรับ ท่านใดที่ไปตรวจมาแล้วขอความปรานีแจ้งเนื้อหาในคอมเมนต์ให้ด้วยครับ ว่าค่าตรวจมากแค่ไหนรวมทั้งตรวจที่โรงหมอใด เพื่อที่ผมจะได้เอามาอัปเดตให้คนธรรมดาทั่วไปรู้ครับผม ส่วนข้อมูลข้างล่างนี้เป็น “โปรแกรมตรวจร่างกายก่อนมีท้อง” ที่ได้จากการไต่ถามมาครับผม

  • โรงหมอบำรุงราษฎร์ : ตรวจเป็นคู่ราคา 12,500 บาท
  • โรงหมอกรุงเทวดา : ตรวจเป็นคู่ราคา 12,200 บาท
  • โรงหมอพญาไท : ต รวจเป็นคู่ราคา 8,900 บาท
  • โรงหมอนนทเวช : ตรวจเป็นคู่ราคา 6,500 บาท
  • โรงหมอสุขุมวิท : ตรวจเป็นคู่ราคา 6,160 บาท
  • โรงหมอวิภาวดี : ตรวจเป็นคู่ราคา 6,100 บาท
  • โรงหมอเวชจังหวัด : ตรวจเป็นคู่ราคา 5,800 บาท
  • โรงหมอสมิติเวช : ตรวจเป็นคู่ราคา 5,300 บาท
  • โรงหมอบางปะกอก 9 ระหว่างชาติ : ตรวจเป็นคู่ราคา 4,900 บาท
  • โรงหมอสุขความเจริญรุ่งเรือง : ตรวจเป็นคู่ราคา 4,200 บาท
  • โรงหมอศิครินทร์ : ตรวจเป็นคู่ราคา 4,100 บาท
  • โรงหมอกล้วยน้ำไท : ตรวจเป็นคู่ราคา 4,000 บาท
  • โรงหมอศิริราช : ตรวจเป็นคู่ราคา 5,000 บาท (จำต้องจองคิวล่วงหน้า เปิดเวลาทำการ 8.00-16.00 น. ไม่เปิดสถานพยาบาลพิเศษ ข้อมูลที่ได้มาจากคุณ Kim Wangsirisombat)

* จากรูปข้างล่างเป็นแบบอย่างโปรแกรมตรวจร่างกายก่อนสมรสของโรงหมอสุขความเจริญรุ่งเรืองขอรับ

โปรแกรมก่อนสมรส

คำเสนอแนะก่อนไปตรวจร่างกายที่โรงหมอ : โปรดงดเว้นของกินแล้วก็เครื่องดื่มทุกประเภท (เว้นเสียแต่น้ำดื่ม) ก่อนเข้ารับการตรวจร่างกายขั้นต่ำ 12 ชั่วโมง และก็อย่าลืมนำบัตรประชาชนไปด้วยครับ