in

การตรวจรักษาพยาธิ

การตรวจรักษาพยาธิ

คำถาม : พร้อมพงษ์/ขอนแก่น
เธออายุ 30 ปี อาศัยอยู่ในร่างกายของเธอประมาณ 20 ปีแล้วครั้งเล่า โดยมีอาการที่มือซ้ายแต่จะเปลี่ยนตำแหน่ง เช่น เป้านิ้วโป้ง เปลี่ยนไปเรื่อยๆ บ้างก็ที่นิ้วกลาง บ้างที่นิ้วก้อย
ฉันต้องทำอะไร? ไปรักษาที่ไหนดี ถ้าไม่รักษาจะอันตรายหรือไม่?

ตอบ นพ.ประเสริฐ เศรษฐสุบรรณ
มาอธิบายปัญหาในการรักษาโรคที่เกิดจากปรสิตประเภทต่างๆ ดังนี้

1. ปรสิตที่เป็นกาฝากไปทั่วอวัยวะต่างๆ ร่างกายเป็นอย่างไร
ประการแรก สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าปรสิตที่สัมผัสเป็นปรสิตจริงหรือไม่ เนื่องจากมีปรสิตหลายชนิดที่อาจทำให้เกิดอาการคล้ายกับพยาธิตัวตืด เช่น พยาธิในสุนัข (toxocariasis), พยาธิปากขอของสุนัขและแมว (ancylostoma caninum, ancylostoma braziliense) และปรสิตชนิดอื่นๆ อีกหลายชนิด ทั้งแบบกลมและแบบแบน ซึ่งเมื่อสัมผัสแล้วจะทำให้ปรสิตคลานไปตามผิวหนังได้

เพื่อให้แน่ใจว่า การตรวจภูมิคุ้มกันเป็นสิ่งสำคัญ ที่ภาควิชาพยาธิหนอน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

มีรายงานพยาธิพยาธิในร่างกายมนุษย์เป็นเวลาประมาณ 1-10 ปี หรือเข้าไปโดยการกินตัวอ่อนที่เป็นโรคติดต่อ ปรสิตตัวนี้เดินทางไปที่ต่างๆ อาจจะทั้งตัว ที่ไหนชอบก็อาจจะอยู่ได้นาน เช่น

– ฉายแสงไปที่ผิวหนังทั่วไปตั้งแต่ศีรษะ ใบหน้า มือ เท้า ลำตัว แขน ขา และลูกตา ซึ่งสามารถตกเลือดให้คนตาบอดได้

– บนเยื่อเมือก เช่น เยื่อบุปาก เพดานปาก เหงือก กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ช่องคลอด และอวัยวะสืบพันธ์ของชายและหญิง

– ระบบหายใจเข้า ปอด ปอด ระบบประสาท และสมอง ทำให้เลือดออก อัมพาต เสียชีวิต

– เข้าทุกอวัยวะในช่องท้อง ทำให้เป็นก้อนคล้ายเนื้องอก หรืออาจจะปวดท้อง อาจมีอาการคล้ายไส้ติ่งอักเสบ

– อาจมีอาการอื่นๆ อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าปรสิตจะเข้าที่ใด

2. ถ้าปล่อยจะเป็นอันตรายหรือไม่?
อันตรายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับตำแหน่งของปรสิต หากอยู่ในสมองทำให้หลอดเลือดในสมองแตก อาจตายหรือเป็นอัมพาต หากเข้าตาอาจตาบอดได้

3. การรักษาปรสิต
การรักษาปรสิตสามารถแบ่งออกเป็นสองส่วน
– การผ่าตัด หากพบพยาธิในสมองและเป็นอันตรายถึงชีวิต จะต้องผ่าตัดเอาออก หากใช้ยาอาจไม่ทันการ ต้องถูกต้องและเหมาะสม

– การรักษาด้วยยา Albendazole 400 มก. ต่อวันเป็นเวลา 21 วันมีอัตราการรักษา 92-94% การทดลองได้รับ 400 มก. เช้าและเย็นทุกวันเป็นเวลา 21 วัน อัตราการฟื้นตัวมีความคล้ายคลึงกัน 94% กับ 400 มก. วันละสองครั้ง ให้เวลา 21 วัน กินเยอะขนาดนี้จะมีผลข้างเคียงไหม?

ยานี้ใช้ได้ผลทั้งในพยาธิตัวกลม พยาธิใบไม้ และพยาธิตัวตืดทั้งในผู้ใหญ่และตัวอ่อน ด้วยฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิตัวอ่อนตัวอ่อนและไข่พยาธิ

เมื่อให้ทางปาก ระดับยาจะหายไปในน้ำเหลืองภายใน 6-6 ชั่วโมง และระดับยาจะลดลงครึ่งหนึ่ง (ครึ่งชีวิต) ภายใน 8.5 ชั่วโมง

ยาส่วนใหญ่ 87% ถูกขับออกทางปัสสาวะ และจำนวนเล็กน้อย (13%) ถูกขับออกทางอุจจาระ และพบว่าภายใน 24 ชั่วโมง 47 เปอร์เซ็นต์ของยาถูกขับออกจากร่างกาย

ยานี้ยังสามารถทำให้เกิดโรคตับอักเสบ, เนื้อร้ายในเซลล์ตับ, การเปลี่ยนแปลงของ SGOT, SGPT ที่เพิ่มขึ้น หากหยุดใช้ยาภายใน 1 สัปดาห์ การทำงานของตับจะกลับมาเป็นปกติ และยังพบว่าหากใช้ยานี้เป็นเวลานานอาจทำให้ผมร่วงและอาจทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวลดลง (lencopenia)

ถ้าใช้ตามขนาดมาตรฐานจะมีผลข้างเคียงน้อย และอาจเป็นแบบชั่วคราวและระยะสั้นก็ได้ เช่น ปวดท้อง ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีไข้ หรือมีผื่นขึ้น

ข้อห้ามในการใช้ยา Albendazole
1.ในสตรีมีครรภ์ อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์
2. กรณีเป็นโรคตับอักเสบ
3. ในกรณีที่คุณแพ้ยานี้หรือแพ้ยานี้
4. เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
มีรายได้ในต่างประเทศ ยาอีกตัวหนึ่งคือ Echinococcus granulosis ใช้ขนาด 800 มก. เป็นเวลา 28 วัน ห่างกัน 14 วัน แล้วทำซ้ำ 2-5 ครั้ง พยาธิตัวตืดอีกตัวหนึ่งคือ Echinococcus multiloculasis ได้รับยา Albendazole 20 มก./ กก./วัน นาน 30 วัน ทำซ้ำได้ 12-60 ครั้ง

4. บริการตรวจพยาธิ
ภาควิชาพยาธิหนอนพยาธิ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน รับบริการตรวจคัดกรองปรสิต โดยคิดค่าบริการ 250 บาท ต่อ 1 ตัวอย่างโรค

หากมีตัวอย่างพยาธิโปรดติดต่อก่อน เพื่อสอบถามวิธีการจัดส่ง เนื่องจากพยาธิแต่ละชนิดมีวิธีการตรวจที่แตกต่างกัน โทรศัพท์ 02-354-9100-19 ต่อ พ.ศ. 2463 (ผ่านศูนย์คณาจารย์) และต่อ 2575, 2577 (ศูนย์ห้องปฏิบัติการกลาง อาคารเฉลิมพระเกียรติ)

.
ที่มาข้อมูล