in

การกู้ชีพ… ฉบับชาวบ้าน

การกู้ชีพ… ฉบับชาวบ้าน

“กู้ภัย หรือ “การช่วยชีวิต”

คือการช่วยชีวิตผู้ที่หัวใจหยุดเต้นและหยุดหายใจกะทันหันโดยใช้มือกดหน้าอกด้วยมือแล้วเป่าลมเข้าปากซึ่งไม่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ใดๆ

คนส่วนใหญ่คิดว่า “การช่วยชีวิต” เป็นเรื่องยาก และเกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการแพทย์หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัยเท่านั้น อันที่จริง ทุกคนสามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้

ผู้เขียนเคยทำโครงการฝึกอบรม VHV โดยประดิษฐ์หุ่นยนต์ราคาถูก ประยุกต์จากหุ่นโชว์เสื้อผ้า วางแท่นสปริงไว้ที่หน้าอกเพื่อให้สามารถกดและยุบตัวได้ จากนั้นปากจะเชื่อมต่อกับบอลลูนเพื่อจำลองทางเดินหายใจและปอด ชาวบ้านยังรู้สึกเหมือนได้รับการปฏิบัติจริง ถือว่าได้ผลดีในระดับหนึ่งแต่ทำได้เฉพาะบางจังหวัดที่ผู้เขียนสะดวกอบรม ถ้าส่วนราชการขยายผลก็จะได้ประโยชน์มากกว่า

ตอนนี้ใกล้จะฤดูร้อนแล้ว คนที่ไปทะเล หรือว่ายตามชายหาด แม่น้ำ ลำคลอง ซึ่งเรามักได้ยินข่าวการจมน้ำ บางครั้งก็ช่วยได้แต่หยุดหายใจ ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป จนเหยื่อต้องตายต่อหน้าต่อตา แต่ถ้ารู้พื้นฐานการช่วยชีวิตก็ช่วยชีวิตได้ เพราะเมื่อหัวใจหยุดเต้น คุณจะมีเวลา 4 นาทีทองในการชุบชีวิต

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการเสียชีวิตเฉียบพลัน ได้แก่ การจมน้ำ ไฟฟ้าช็อต ฟ้าผ่า หายใจไม่ออก บาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง เสียเลือดมาก เป็นพิษ สำลัก โรคหัวใจ หลอดลมหดเกร็ง เป็นต้น
การสอนหน่วยกู้ภัย ปัจจุบันได้ขยายไปยังบริษัทและโรงงานต่างๆ ถ้าดีก็ควรเผยแพร่ให้ชาวบ้านและครอบครัวทราบด้วย แต่ควรเป็นวิธีการที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริงตามหลักการและความเป็นจริง เพราะหากอาศัยทฤษฎีและวิธีการในลักษณะตะวันตกมากเกินไปจะทำให้จำยากและสับสนจึงทำไม่ได้

ผู้เขียนจึงขอนำเสนอวิธีการช่วยชีวิตในฉบับชาวบ้าน ตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. ตรวจสภาพและท่าทาง

♦ ดูว่าคุณหมดสติหรือไม่… ตื่น โทร เขย่า

♦ ดูว่าหายใจหรือไม่… ดูการเคลื่อนไหวของหน้าอก ฟังการหายใจ แก้ม สัมผัส ลมหายใจ (ตาเห็น – หูฟัง – สัมผัสแก้ม)

♦ ตรวจดูว่าหัวใจหยุดเต้น…เพื่อจับชีพจรที่ด้านข้างของคอหรือไม่

♦ กำหนดตำแหน่ง (ท่ากู้ภัย – นอนหงาย ท่าพัก – นอนตะแคง)

2. ขอความช่วยเหลือ เช่น ตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ

3. หน่วยกู้ภัย

3.1 เปิดช่อง – คว่ำ – ชิน

(เอาสิ่งแปลกปลอมออกจากปาก – กดหน้าผากลงเพื่อทำให้หงายขึ้น – ใช้นิ้วยกคางขึ้น)

3.2 เป่าปอด

ตามความเป็นจริง หากใช้วิธีปากต่อปากซึ่งเกี่ยวข้องกับการเอาปากเข้าหากันและเป่าลมเข้าปอด หากไม่ใช่ญาติสนิทอาจทำให้เกิดความรังเกียจและสงสัยเกี่ยวกับโรคติดเชื้อได้ ทำให้ไม่ช่วย ผู้เขียนจึงนำการ “เป่าปาก” มา “เป่าปอด” โดยใช้มือของเราบีบนิ้วเข้าหากันเพื่อทำเป็นรูตรงกลาง วางให้แน่นบนปากของผู้ป่วย จากนั้นเป่าลมผ่านมือแทนการสัมผัสปากโดยตรง

แต่ถ้าเป็นญาติสนิท สมาชิกในครอบครัว สามี ภรรยา ลูก ใช้วิธีพูด แล้วเป่าลมเข้าปอดจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3.3 ปั๊มหัวใจ

หาตำแหน่งที่ซี่โครงทั้งสองชนกันตรงกลาง วางนิ้วชี้และนิ้วกลางลง แล้ววางสันมืออีกข้างไว้ข้าง 2 นิ้วนั้น

♦ ประสานมือทั้งสองข้าง แขนเหยียดตรง พิงตั้งฉากกับหน้าอก วางน้ำหนักไว้ที่แขนแล้วกดลงบนฝ่ามือ อย่ายกมือขึ้นจากหน้าอกของคุณ (กดหน้าอกลงไปประมาณ 1.5-2 นิ้ว)

♦ นับ 1… และ 2… และ 3… และ 4… จนครบ 30 ครั้ง จากนั้นทำ 2 ปอด (ติดต่อกัน 4 ครั้ง)

4. ประเมินเพื่อดูว่าคุณรู้สึกหรือไม่ คุณหายใจและมีชีพจรหรือไม่?

สำหรับผู้เขียนเอง โดยเน้นที่การปั๊มหัวใจมากกว่าการเป่าปอด โดยเฉพาะในนาทีแรกหลังหัวใจหยุดเต้น ปั๊มหัวใจของคุณทันทีเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อย่าลังเลหรือกังวลว่าจะเป่าลมเข้าปอด ถ้าหัวใจเต้นเร็ว โอกาสรอดก็จะสูงขึ้น

กู้ภัยอยู่ไม่ไกล เพราะวันนึงคุณอาจได้เจอและมีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นหรือบางทีคนที่คุณรักตัวเอง มาเรียนรู้และฝึกฝนกัน ถ้าเป็นไปได้ คงจะดีถ้าเห็นคนไทยช่วยเหลือทุกบ้าน บ้านละหนึ่งคน

.
ที่มาข้อมูล